อิเล็กทรอนิกส์บุ๊ค
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(e-Book)
ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(e-Book)
|
ในยุคปัจจุบันพัฒนาการของเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้พัฒนาไปอย่างมากและมีแนวโน้วที่จะพัฒนาไปอย่างยิ่งยวด ในขณะที่สื่อที่จะต้องถูกจับวางลงไปเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้น
ยังมิได้มีการพัฒนาเท่าที่ควรไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา วิธีการนำเสนอ ตลอดจนการนำไปประยุกต์ใช้งาน
เนื้อหา สื่อ วิธีการนำเสนอ และการนำไปประยุกต์ใช้งานดังกล่าว 1. ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (electronic-book) หมายถึง สื่อที่ให้ข้อมูลทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง และการเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาอื่นในเล่มเดียวกัน
หรือแม้แต่ไปยังเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตได้ในแต่ละหน้าของเนื้อหา
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะบันทึกลงแผ่นซีดีใช้อ่านบนจอมอนิเตอร์หรือดาวน์โหลดออนไลน์อ่านได้ทั้งบนจอมอนิเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือ
เช่น Tablet PC และ Palmด้วยความสำคัญของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นสื่อในการแพร่กระจายการเรียนรู้
กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดให้มีโครงการพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อเผยแพร่ความรู้ไปยัง
ครู นักเรียน และสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ทั้งในรูปแบบแผ่นซีดีและออนไลน์ กล่าวโดยสรุปคือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) หมายถึง การนำเสนอเนื้อหาหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ที่สามารถเผยแพร่บนเครือข่าย และสามารถดาวน์โหลดลงมาใช้ได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์
หรือในรูปแบบ CD ที่สามารถติดตั้งได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ 2. ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนคอมพิวเตอร์แบบพกพา (e-Book บน Tablet PC) การนำเสนอเนื้อหาของหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถเผยแพร่บนระบบเครือข่าย และสามารถดาวน์โหลดลงมาใช้ได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา
เช่น Tablet PC หรือ Smartphone หรืออุปกรณ์ Mobile Device อื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง |
Reference: https://youtu.be/GZosR1twLJs
ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(e-Book)
|
จากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนาตั้งแต่คอมพิวเตอร์เดสท็อปไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Tablet PC) และสมาร์ทโฟน (Smartphone) ในการนี้e-Book ได้ถูกพัฒนาให้ใช้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพบนคอมพิวเตอร์เดสท็อป
ต่อมาได้มีการพัฒนาให้สามารถใช้ได้อย่างสะดวกสบายบนคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Tablet
PC) และสมาร์ทโฟน (Smartphone) ดังนั้นจึงขอแบ่งประเภทของ e-Book ตามลักษณะการใช้งานข้างต้นดังนี้ 1.) e-Book ที่สร้างและใช้งานบนคอมพิวเตอร์เดสท็อป ที่มีหน้าจอกว้างตั้งแต่ 600*800 ขึ้นไป สร้างโดยโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ดังนี้ ➤โปรแกรม Flip Album ใช้โปรแกรม Flip Viewer เพื่อทำการอ่าน ➤โปรแกรม Desktop Author อ่านข้อมูล e-Book โดยใช้โปรแกรมDNL Reader ➤โปรแกรม Flash Album Deluxe ใช้โปรแกรม Flash Player เพื่อทำการอ่าน 2.) e-Book ที่สร้างและใช้งานบนคอมพิวเตอร์แบบพกพา ได้แก่ Tablet PC และ Smart Phone สามารถแบ่งตามประเภทที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้ดังนี้ 2.1) ประเภท epub อ่านได้โดยโปรแกรม epub Reader และติดตั้งได้จาก Google Play ในระบบ Android ที่สามารถสร้างได้จากโปรแกรมประยุกต์ดังนี้ ➤โปรแกรม sigil เป็นโปรแกรมที่สามารถสร้าง epub ได้โดยใช้พื้นฐานของภาษา xhtml ➤โปรแกรม Calibre เป็นโปรแกรมที่เน้นการแปลงชิ้นงานที่สร้างจากโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เช่น Microsoft Word ไปเป็น epubและยังสามารถจัดสารบัญ Table of Content (TOC) และดัชนี(Index) ให้กับเอกสาร epub ได้ด้วย ➤โปรแกรม Indesing เป็นโปรแกรมที่เน้นการจัดหน้ากระดาษ(Page Iayout) เพื่อเตรียมชิ้นงานเข้าโรงพิมพ์เพื่อการพิมพ์ต่อไป ในการนี้หลังจากจัดหน้าชิ้นงานแล้วยังสามารถบันทึกงานเป็นepub ได้ด้วย ➤โปรแกรมอื่นๆ อีกสามารถบันทึกข้อมูลเป็นนามสกุล epub รวมทั้งการแปลงข้อมูลบนเวป จากรูปแบบ MsWord ไปเป็นรูปแบบepub 2.2) ประเภท iBook ที่สร้างโดยโปรแกรม iBook Author อ่านได้โดยโปรแกรม iBook ที่ติดตั้งได้จาก App Store ในระบบ iOS โปรแกรม iBook Author สามารถสร้าง e-Book ในรูปแบบMultimedia ที่สามารถนำเสนอภาพและเสียงได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างแบบทดสอบในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับบทเรียน e-Book |
ประโยชน์ของ e-Book
|
การนำ e-Book ไปใช้งานร่วมกับกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน
หรือนำไปใช้เพื่อการศึกษาใดๆ รวมทั้งการฝึกอบรมนั้น e-Book จะช่วยอำนวยความสะดวกได้ดังนี้ 1. ช่วยการทบทวนความรู้ที่ได้เรียนในชั้นเรียน ผู้เรียนสามารถเรียนทวนซ้ำได้ เมื่อมีโอกาสตามความแตกต่างของผู้เรียน ที่มีทั้งความพร้อมที่จะเรียนรู้
มีความสามารถในการจำและมีความสนใจที่แตกต่าง ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ดังนั้น e-Book จึงช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนซ้ำได้เมื่อมีโอกาส
มีความพร้อมตามความแตกต่างของผู้เรียน 2. ช่วยแก้ปัญหาขาดผู้เชี่ยวชาญ ในการเรียนการสอนทั้งในและนอกชั้นเรียนครูผู้สอนต่างมีความเชี่ยวชาญในเนื้อหาที่จะสอนแตกต่างกัน
ดังนั้นหากได้นำผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ มาทำการบันทึกการสอนและจัดทำเป็นสื่อการสอนลงบน e-Book ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาผู้เชี่ยวชาญการสอนในเนื้อหานั้นๆ ได้อย่างดี 3.เป็นการนำเทคโนโลยีการนำเสนอข้อมูลหน้าจอภาพคอมพิวเตอร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การที่เราให้ผู้เรียนศึกษาจากหนังสือ เอกสาร ตำราที่เป็นกระดาษนั้นจะพบข้อจำกัดของกระดาษว่าไม่สามารถแสดงภาพและสีได้ครบตามที่ต้องการ ไม่สามารถสร้างภาพประกอบเสียงได้ ไม่สามารถแสดงเนื้อหาในแผ่นเดียวและเลื่อนหน้าเนื้อหาในกระดาษได้ ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างหนังสือกับผู้เรียนได้ แต่จอคอมพิวเตอร์สามารถตอบสนองความต้องการข้างต้นนี้ได้ทั้งหมด 4.เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้งในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน สื่อ e-Book ที่ครูได้สร้างขึ้นและกำหนดให้ผู้เรียนศึกษานั้นหลังจากที่ได้ทำกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนเสร็จสิ้นลงแล้ว
ผู้สอนยังสามารถนำผู้เรียนออกนอกชั้นเรียนเพื่อไปเรียนกับสถานการณ์จริง
เช่น เรื่องพืชผักสวนครัว
ผู้เรียนก็สามารถเปิด e-Book และอาจใช้เครื่องมืออ่านบาร์โค๊ตที่ต้นไม้เพื่อเปิดเนื้อหาจากส่วนกลางบนระบบเครือข่ายเรียนประกอบไปได้ทันที 5. e-Book เป็นการเชื่อมโยงเวลา เหตุการณ์และสถานที่เข้าไว้ด้วยกัน โดยที่หนังสือจะมีข้อจำกัดในการนำเสนอดังกล่าว
โดยที่ e-Book เป็นการเชื่อมโยงเวลาอดีต
อนาคต ที่มีเหตุการณ์และสถานที่ต่าง ๆ
ไว้ โดยครูผู้สอนสามารถสร้าง e-Book ที่มี link เชื่อมโยงเนื้อหาในอดีต อาทิ เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สองและสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ในอนาคตที่มีผู้ทำนายจากสถิติและสร้างเป็นสื่อไว้
เช่น พยากรณ์อากาศ และยังสามารถเชื่อมสถานที่ เช่น การสอนวิชาภูมิศาสตร์ ผู้สอนสามารถเชื่อมสถานที่ที่ต้องการสอนโดยไม่ต้องออกไปสถานที่จริง |
ข้อดีและข้อเสียการนำ e-Book มาใช้งาน
|
การนำนวัตกรรมมาใช้งานด้านการศึกษามีข้อดีและข้อเสีย หากเราทำความเข้าใจถึงข้อดีเราก็จะสามารถนำ e-Book ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากเราสามารถทราบถึงข้อเสียก็จะทำให้เราเข้าใจถึงข้อจำกัดของ e-Book และสามารถออกแบบการใช้งานหรือการเรียนการสอนโดยใช้ e-Book เป็นสื่อได้อย่างมีกลยุทธ์ ข้อดี 1. E-Book เป็นการสร้างและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
จึงไม่ต้องใช้กระดาษ ไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าเพื่อมาทำกระดาษ
เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ 2. จากที่ e-book เป็นการสร้างและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
จึงสามารถสร้างและนำเสนอได้รวดเร็วเพราะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิมพ์
และยังสามารถปรับแก้ไขและกลับมานำเสนอได้ทันที 3. จากที่ e-Book เป็นการสร้าง
และนำเสนอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงสามารถที่จะคัดลอก
เพื่อนำไปใช้งานได้ทันที 4. ขนาดของคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่เล็กกะทัดรัด จึงทำให้สะดวกสามารถนำไปใช้ได้ในทุกที่
ทุกทางที่เดินทางไป 5. คอมพิวเตอร์แบบพกพาใช้พลังงานจากแบตเตอร์รี่
จึงไม่จำเป็นต้องเสียบสายไฟใช้งานแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สามารถนำไปใช้ได้ในทุกที่ทุกทางทุกโอกาส 6. คอมพิวเตอร์แบบพกพานี้ระบบปฏิบัติการและขนาดที่หลากหลาย เช่น Android iOS
Windows และมีขนาดตั้งแต่ Tablet PC จนถึง Smartphone ผู้เรียนจึงสามารถเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาอย่างหลากหลาย ข้อเสีย 1. จากที่ e-Book เป็นการสร้างและการนำเสนอด้วยรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
และไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิมพ์ จึงส่งผลกระทบให้อุตสาหกรรมการพิมพ์ซบเซา 2. จากที่ e-Book เป็นการสร้างและนำเสนอด้วยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
จึงส่งผลให้เกิดการคัดลอกผลงานทางวิชาการได้ง่าย 3. จากขนาดของคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่เล็กกะทัดรัด หากผู้เรียนเป็นเยาวชนหรือผู้สูงวัยอาจวางลืมหายหรืออาจถูกขโมยได้ง่าย 4. คอมพิวเตอร์แบบพกพาใช้พลังงานจากแบตเตอร์รี่
จึงมีข้อจำกัดเวลาในการใช้งาน หากแบตเตอร์รี่หมดก็ไม่สามารถศึกษาเนื้อหาจาก e-Book ได้ 5. จากคอมพิวเตอร์แบบพกพามีระบบปฏิบัติการหลายหลาย เช่น Android iOS Windows และมีขนาดตั้งแต่ Tablet PC จนถึง Smartphone การสร้าง e-book จำเป็นต้องคำนึงถึงระบบปฏิบัติการและขนาดของคอมพิวเตอร์แบบพกพาด้วย Reference: https://youtu.be/q5FRNY1ZW1g |
องค์ประกอบของ
e-Book และ Tablet
PC
|
สื่อ e-Book บน Tablet
PC สามารถจัดเป็นองค์ประกอบตามแนวทางของระบบคอมพิวเตอร์
ได้แก่ Hardware Software และ Peopleware ตามภาพและคำอธิบายดังนี้ ภาพแสดงองค์ประกอบ e-Book บน Tablet PC Hardware ได้แก่ เรื่องแบบพกพาในปัจจุบันมีขนาดที่แตกต่างกัน
ตั้งแต่ขนาดเล็กที่เราเรียกว่า Smartphone และขนาดใหญ่ขึ้น 7, 10, 11, 12 นิ้วโดยประมาณ ที่เราเรียกว่า Tablet PC เพื่อความสะดวกผู้เขียนเป็นของเรียกคอมพิวเตอร์แบบพกพาเหล่านี้ว่า Tablet
PC เครื่อง Tablet PC ปัจจุบันนี้มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการเพื่อดำเนินการจัดการ
ระบบปฏิบัติการหลักๆ ได้แก่ Android iOS
และ Windows ดังนั้นในการพัฒนา e-Book จึงต้องคำนึงถึงขนาดและระบบปฏิบัติการดังกล่าวด้วย เครื่อง Tablet PC นี้ หากคำนึงถึงเครื่องที่รัฐบาลแจกให้กับนักเรียนชั้น ป. 1 เมื่อปี 2555 แต่มีขนาด 7 นิ้ว และที่กำลังจะแตกในปี พ.ศ. 2556 ถึง 2557สำหรับชั้น ม. 1 จะมีขนาด 8 นิ้ว Tablet PC ทั้งสองที่รัฐบาลแจกจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android เพื่อดำเนินการจัดการเครื่อง Tablet PC ดังนั้นครูผู้สอนจะพัฒนา e-Book ก็ต้องคำนึงถึงขนาดของ Tablet PC และระบบปฏิบัติการด้วย ในเครื่อง Tablet PC ก็จะต้องมีระบบเครือข่ายไร้สายด้วยเพื่อดำเนินการติดตั้งและเชื่อมต่อสื่อสารเพื่อการเรียนการสอนด้วย Software ตามประเภทของ e-Book ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จึงขอกล่าวเกี่ยวกับ Software ตามประเภทข้างต้น e-Book ดังนี้ 🔺e-Book รูปแบบ epub พัฒนาโดยโปรแกรม Calibre
Sigil Indesignและอ่านโดยโปรแกรม epub reader ที่ติดตั้งบน Tablet PC ระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการอื่นๆ อีกทั่วไป เช่น Moon Reader 🔺e-Book รูปแบบ pdf พัฒนาโดยโปรแกรม Adobe Indesign, MsWord และโปรแกรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และอ่านโดยโปรแกรม epub
Reader ที่ติดตั้งบน Tablet
PC ระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการอื่นๆ อีกทั่วไปเช่น Moon
Reader 🔺e-Book รูปแบบ iBook พัฒนาโดยโปรแกรม iBook
Author และอ่านโดยโปรแกรม iBook ที่ติดตั้งบน Tablet PC ระบบปฏิบัติการ iOS และหากคำนึงถึงเครื่อง Tablet
PC ที่รัฐบาลแจกนั้นก็จะเป็นเครื่องที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android ส่วนโปรแกรมประยุกต์เพื่อการพัฒนาและโปรแกรมเพื่อการอ่าน ครูผู้สอนสามารถเลือกใช้ได้ตามองค์ประกอบ ตามรูปแบบข้างต้น Peopleware ได้แก่ ผู้ดำเนินการออกแบบและพัฒนา e-Book และผู้การจัดเก็บ บริการยืมคืน และบำรุงรักษา ในที่นี้ผู้ออกแบบและพัฒนาก็คือครูผู้สอน และผู้ให้บริการจัดเก็บ ยืมคืน และบำรุงรักษา ก็คือโสตทัศนศึกษา นักเทคโนโลยีการศึกษา หรืออาจเป็นครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ก็ได้ ในระบบการศึกษาไทยทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา ยังไม่มีนักเทคโนโลยีการศึกษาเพื่อดำเนินการออกแบบและพัฒนา e-Book รวมทั้งการจัดเก็บ บริการยืมคืน และบำรุงรักษา จึงนิยมใช้คือผู้สอนและครูคอมพิวเตอร์ ดำเนินการออกแบบและพัฒนา e-Book และใช้ครูสอนคอมพิวเตอร์ดำเนินการจัดเก็บบริการยืมคืน และบำรุงรักษา
เครื่อง Tablet PC ดังกล่าว |
องค์ประกอบของ
e-Book บน Tablet
PC เพื่อการเรียนการสอน
|
ไม่ว่าจะเป็นสื่อการเรียนการสอนใดๆ เช่น WBI
CAI หรือบทเรียนบน Tablet
PC ที่นำไปใช้ในระบบการเรียนการสอนล้วนมีองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกัน
ตามภาพและคำอธิบายดังนี้ ➩บริบท เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสื่อการสอน
โดยจะขอกล่าวถึงบริบทของ Tablet PC แบ่งเป็นในห้องเรียน ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ โต๊ะเก้าอี้ ระบบการควบคุมแสงเพื่อการฉาย
ระบบเครือข่ายไร้สาย Access point ที่มีประสิทธิภาพ นอกห้องเรียน เช่น สนามกีฬา สระว่ายน้ำห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ➩แผนจัดการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ โดยครอบคลุมทักษะการเรียนรู้ทั้งสาม ได้แก่ พุทธพิสัย ความรู้ความจำความเข้าใจ ทักษะพิสัย ความสามารถพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ การเปลี่ยนแปลงทักษะต่าง ๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนด จิตพิสัย การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ การมีเจตนคติ การมีจิตสำนึกที่ดี ➩ครูผู้สอน เป็นผู้ที่ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนจัดการเรียนรู้ที่กำหนดไว้นับจากศตวรรษที่ 21 เป็นต้นไป ครูผู้สอนจะต้องดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนมากขึ้น นำวิธีการสอนและรูปแบบการเรียนรู้ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้มากขึ้น เช่น การเรียนแบบโครงการ (Project based Learning) การเรียนรู้แบบ ร่วมมือ (Collaborative Learning) การเรียนแบบปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ฯลฯ ➩ผู้เรียนและกลุ่มเพื่อนเรียน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการปฏิบัติการตามกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลักสูตรหรือที่ครูผู้สอนเป็นผู้กำหนดตามแผนจัดการเรียนรู้ โดยผู้เรียนจะต้องมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงหลังจากการเรียนรู้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้และเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ ➩สื่อการสอน
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การนำสื่อ e-Book ที่ได้พัฒนาไว้แล้วเพื่อนำมาเป็นสื่อการสอน เราอาจเรียกว่าสื่อหลัก
ในการนี้เรายังสามารถใช้สื่ออื่นๆ ร่วมกับสื่อหลักที่เรียกว่า
สื่อเสริม เช่น CAI
WBI หรือ Social Media
Wikipredia YouTube Blog เป็นต้น ➩แหล่งเรียนรู้ จากสื่อการสอน e-Book ที่เป็นสื่อหลักและสื่ออื่นๆ ที่กล่าวไปแล้วนั้น แหล่งเรียนรู้ที่เป็นแหล่งเรียนรู้จริงก็สามารถนำเข้ามาใช้ร่วมได้ เช่น ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนครัว บ้านนักปราชญ์ ศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ นิทรรศการ แหล่งเรียนรู้เสมือนจริง เป็นต้น ➩วิธีสอนและรูปแบบการเรียนรู้ ในการเรียนการสอนปกติครูผู้สอนมักจะดำเนินการจัดกิจกรรมการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลางการสอน (Teacher Center) และมีขั้นดำเนินการสอนตั้งแต่ การเรียนการสอน การดำเนินการสอน การสรุปการสอน และการประเมินผล อย่างไรก็ตาม ครูผู้สอนตามแนวทางทักษะของครูในศตวรรษที่ 21 ที่มักจะให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และให้มีการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเรียนรู้แบบโครงการ (Project Based Learning) ที่สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ของสำนักการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning)ตลอดจนการเรียนรู้จากปัญหาเป็นฐาน (Problem based Learning) และวิธีการสอนตลอดจนรูปแบบการเรียนรู้แบบอื่น ๆ ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student Center) ➩การประเมิน หากกล่าวถึงการประเมินตามรูปแบบการประเมินของระบบโรงเรียน แบ่งได้เป็น ๏ การประเมินระหว่างการเรียนรู้ ในระหว่างการเรียนรู้นั้นเพื่อการตรวจสอบและควบคุมพฤติกรรมผู้เรียน
ครูผู้สอนอาจประเมินพฤติกรรมผู้เรียน อาจประเมินตามไบงานหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ๏ การประเมินท้ายบทเรียน เพื่อการประเมินพฤติกรรมหลังการเรียนรู้ของผู้เรียนในทันทีที่หลังจากจบการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
เราจำเป็นต้องมีการประเมินท้ายบทเรียนการประเมินแบบนี้จะเป็นการประเมินความจำระยะสั้นของผู้เรียน ๏ การประเมินหลังการเรียนรู้ เพื่อการประเมินในภาพรวมทั้งรายวิชา เพื่อวัดพฤติกรรมผู้เรียนทั้งหมดหลังจากการเรียนรู้ทั้งรายวิชาเพื่อการตัดสินให้คะแนนและให้เกรดผู้เรียนเพื่อจัดลำดับผู้เรียน ผู้สอนจำเป็นต้องประเมินดังกล่าวให้เป็นไปตามจุดประสงค์การเรียนรู้และเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ Reference : https://sites.google.com/site/photchanan1818/khwam-hmay-khxng-hnangsux-xilekthrxniks-e-book |




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น